แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ news thai แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ news thai แสดงบทความทั้งหมด

หนึ่งเดียวของไทย - ฝูงบินสาธิต Green Hawk แห่งกองบินเกษตร

ใน งานนิทรรศการการบินพลเรือนเมื่อเดือนที่แล้วที่สนามบินดอนเมือง มีอากาศยานหลายแบบเข้าร่วมทำการบินครับ หนึ่งในนั้นคือฝูงบินสาธิต Green Hawk แห่งสำนักฝนหลวงและการบินเกษตร ความพิเศษของ Green Hawk ที่แม้แต่ชาวต่างชาติยังต้องทึ่งก็คือ ก็คือ Green Hawk เป็นฝูงบินสาธิตฝูงบินเดียวของประเทศไทย และฝูงบินเดียวของโลกที่ใช้เครื่องบินลำเลียงเบาแบบ Cessna Caravan ในการทำการบิน เพราะโดยปกติแล้วฝูงบินแบบในจะใช้เครื่องบินใบพัดความเร็วสูงหรือเครื่องบิน รบในการแสดงครับ

ผมมีโอกาสเก็บภาพของการทำการบินของฝูงอย่างค่อนข้าง ใกล้ชิด เลยขอถือโอกาสนี้นำภาพมาฝากทุก ๆ ท่านครับ

ปล. ผมใช้ Fuji S9600 ครับ



ปกติ แล้วทางฝูงจะทำการแสดงรอบละราวครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงโดยประมาณครับ แต่ด้วยข้อจำกัดด้านเวลาที่ถูกจัดให้ค่อนข้างน้อยในงานนี้ คือเพียงราว 10 นาที เลยทำให้ทางฝูงโชว์อะไรได้ไม่มากเท่าไหร่ครับผม

รูปนี้กำลังบิน รอ (Hold) เหนือจังหวัดนนทบุรีก่อนบินเข้าทำการแสดงเหนือดอนเมืองครับ



ทาง ฝูงจัดเตรียมท่าทางมาแสดงทั้งหมดราว 5 -6 ท่าในงานนี้ ซึ่งต้องรีบเปลี่ยนท่าอย่างรวดเร็วนิดนึงครับเนื่องจากข้อจำกัดของเวลา ท่านที่ไปชมงานนั้นอาจจะดูไม่ค่อยทันเท่าไหร่ว่าท่าไหนเป็นท่าไหนครับ



อย่าง ท่านี้เรียกว่า Yankee From คือการบินเป็นรูปตัว Y กลับหัวครับ



ภาพ นี้ Green Hawk กำลังบินออกมาจากดอนเมืองหลังจากบินท่า Yankee From ครับ ถ้าจะให้นึกออกได้โดยง่าย ลองนึกภาพว่าทางซ้ายของรูปนี้คือเจ๊เล้งนั่นแหละครับ



ส่วน ท่านี้กำลังบินย้อนกลับเข้ามาใหม่ครับ โดย Green Hawk ทั้ง 5 ลำบินเรียงกันในระยะใกล้แล้วบินเลี้อยไปเลื้อยมาเหมือนมังกรกำลังว่ายไปใน อากาศ ท่านี้เป็นท่าที่ทางฝูงเพิ่งคิดขึ้นมาใหม่ครับ โดยเรียกว่า Dargon Fly หรือ มังกรนครสวรรค์ ตามบ้านของ Green Hawk ที่อยู่ ณ สนามบินของสำนักฝนหลวงและการบินเษตร จังหวัดนครสวรรค์ครับ



เมื่อ ดูข้างล่างหน้าตาจะออกมาคล้าย ๆ แบบนี้ครับ



ไม่ นานก็กลับมาลงครับ ในงานนี้ทางฝูงใช้ระบบปล่อยควันที่เพิ่งพัฒนาขึ้นมาใหม่เป็นครั้งแรก โดยทางฝูงเป็นผู้พัฒนาเองครับ จึงยังมีปัญหาติดขัดอยู่พอสมควร ทำให้ควันไม่ออกมากอย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งก็ต้องแก้กันไปก่อนครับ



ถ้า อยากชมแบบเต็ม ๆ ล่ะก็ คงต้องไปชมที่งานวันเด็กของสำนักฝนหลวงและการบินเษตรที่สนามบินของทางสำนัก ฝนหลวงฯที่จังหวัดนครสวรรค์ครับ ปีที่ผ่านมานี้คนเยอะมาก รับรองสนุกแน่นอน

แต่ แม้ว่าการบินในงานที่ดอนเมืองในครั้งนี้จะไม่เต็มที่นัก ผมก็โดนแรงจีเล่นงานไป 4g ล่ะครับ รู้สึกว่าคอจะย่นเอา



... ต้นกำเนิดของ Green Hawk มาจากภารกิจของหน่วยบินของสำนักฝนหลวงและการบินเษตรที่ต้องบินเกาะหมู่เข้า ไปในสภาพอากาศที่เลวร้ายเพื่อปล่อยสารฝนหลวงในการที่จะทำให้ฝนตกลงมาใน พื้นที่ที่ต้องการครับ



ทาง ฝูงจึงคิดที่จะจัดตั้งฝูงบินสาธิต (Display Team) เพื่อออกแสดงตามงานต่าง ๆ ที่ได้รับเชิญ โดยใช้เวลาระหว่างที่ว่างเว้นจากภารกิจหรือในชั่วโมงฝึกบินประจำในการฝึกฝน และคิดค้นท่าทาง ซึ่งด้วยภารกิจการบินของสำนักฝนหลวงฯที่ต้องบินเกาะหมู่กันเป็นประจำ นักบินแต่ละคนจึงมีทักษะการบินเกาะหมู่ที่ดีมากอยู่แล้ว แค่ปรับจูนเข้าหากันและเปลี่ยนมันเป็นท่าทางการบิน ก็สามารถสร้างท่าทางการบินที่เหมือนศิลปะบนท้องฟ้าได้ไม่ยากครับ



เครื่อง บินที่ใช้ก็คือ Cessna 208 Caravan และ Cessna 208B Grand Caravan ที่ใหม่กว่าครับ ปกติแล้วทางฝูงจะใช้เครื่องบินแบบนี้ในการปล่อยสารฝนหลวง แต่ในโอกาสพิเศษก็จะนำมาใช้ในการบินโชว์ในนาม Green Hawk ครับ



Green Hawk เริ่มเปิดตัวเมื่อสองสามปีก่อน และเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยเฉพาะชื่อเสียงของทางฝูงที่ชาวต่างชาติเริ่มรู้จักการบินของฝูงมากขึ้น เรื่อย ๆ ครับ น่าภูมิใจที่เรามีฝูงบินที่ไม่เหมือนใครซึ่งฝีมือทางการบินเป็นที่ยอมรับของ ชาวต่างชาติครับ



ท่าน ใดที่อยากชมการแสดงของ Green Hawk สามารถไปเจอกันได้ที่งานวันเด็กของสำนักฝนหลวงและการบินเษตรที่สนามบินของ ทางสำนักฝนหลวงฯที่จังหวัดนครสวรรค์ครับ รับรองว่าสนุกแน่นอน

สำหรับ วันนี้ จบเพียงเท่านี้ ขอบคุณทางฝูง Green Hawk และทุกท่านที่เข้ามาอ่านครับ สวัสดีครับ


ภาวะโลกร้อนที่ทุกคนต้องร่วมกันใส่ใจ ที่เราทุกคนต้องรู้



 
ภาวะโลกร้อนที่ทุกคนต้องร่วมกันใส่ใจ

       สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนก็เพราะว่าก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้นจากการ ทำกิจกรรมต่างๆของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการเผาผลาญถ่านหินและเชื้อเพลิง รวมไปถึงสารเคมีที่มีส่วนผสมของก๊าซเรือนกระจกที่มนุษย์ใช้ และอื่นๆอีกมากมาย จึงทำให้ก๊าซเรือนกระจกเหล่านี้ลอยขึ้นไปรวมตัวกันอยู่บนชั้นบรรยากาศของโลก ทำให้รังสีของดวงอาทิตย์ที่ควรจะสะท้อนกลับออกไปในปริมาณที่เหมาะสม กลับถูกก๊าซเรือนกระจกเหล่านี้กักเก็บไว้ ทำให้อุณหภูมิของโลกค่อยๆสูงขึ้นจากเดิม

       ผลกระทบของภาวะโลกร้อนนั้นก็มีให้เราเห็นกันอยู่บ่อยๆ สภาพลมฟ้าอากาศที่ผิดแปลกไปจากเดิม ภัยธรรมชาติที่รุนแรงมากขึ้น น้ำท่วม แผ่นดินไหว พายุที่รุนแรง อากาศที่ร้อนผิดปกติจนมีคนเสียชีวิต รวมไปถึงโรคระบาดชนิดใหม่ๆ หรือโรคระบาดที่เคยหายไปจากโลกนี้แล้วก็กลับมาให้เราได้เห็นใหม่ และพาหะนำโรคที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น

       ในอนาคตคาดว่าผลกระทบของภาวะโลกร้อนจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เราสามารถช่วยกันลดภาวะโลกร้อนได้หลายวิธี หลักๆก็เห็นจะเป็นการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและประหยัด เพราะว่าพลังงานที่พวกเราใช้กันอยู่ทุกวันนี้กว่าจะมาถึงให้เราได้ใช้นั้น ต้องผ่านกระบวนการขั้นตอนในการผลิตมากมาย และแต่ละขั้นตอนก็จะทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกขึ้นมา เพราะฉะนั้นการลดใช้พลังงานก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ เช่น การลดการใช้พลังงานที่ไม่เกิดมลพิษ หรือการปิดไฟเมื่อไม่ได้ใช้ รวมถึงการใช้น้ำอย่างประหยัด แม้แต่การใช้จักรยานแทนการใช้รถยนต์ในการเดินทางใกล้ๆ ก็สามารถช่วยลดโลกร้อนได้อีกด้วย ฉะนั้นเราทุกคนต้องร่วมมือกันลดใช้พลังงานที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมและหันมา ใช้พลังงานงานสะอาด เพื่อโลกจะได้อยู่กับเราไปนานๆ

ผลศึกษาผู้ดีชี้โลกจะร้อนยิ่งขึ้นหลังปี 52 จี้อาเซียนเร่งรับมือภววะอากาศเปลี่ยนแปลง



 

ผลศึกษาผู้ดีชี้โลกจะร้อนยิ่งขึ้นหลังปี 52 จี้อาเซียนเร่งรับมือภววะอากาศเปลี่ยนแปลงผล การศึกษาใหม่พยากรณ์ว่า ภาวะโลกร้อนจะรุนแรงยิ่งขึ้นหลังปี 2552 ยิ่งในช่วง 2 ปีครึ่ง หลังจากปี 2552 อากาศจะร้อนยิ่งกว่าปี 2541 ซึ่งเป็นปีที่โลกร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์

ผู้เชี่ยวชาญสภาพอากาศ พยากรณ์มานานแล้วว่า ช่วงศตวรรษที่ 21 จะเกิดภาวะโลกร้อนเพราะปรากฏการณ์เรือนกระจก แต่ผลการศึกษาใหม่ของสำนักอุตุนิยมวิทยาอังกฤษระบุว่า สภาพอากาศจะเป็นอย่างไรบ้างในช่วง 10 ปีหลังปี 2548 โดยใช้คอมพิวเตอร์คำนวณรูปแบบการเกิดปรากฏการณ์เอลนิโญในมหาสมุทรแปซิฟิก ความผันผวนของลักษณะการหมุนเวียนและอุณหภูมิของกระแสน้ำในมหาสมุทรพบว่า โลกจะร้อนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นไป

ด้าน นายไซเอ็ด ฮามิด อัลบาร์ รมว.ต่างประเทศมาเลเซียเรียกร้องต่อชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อต่อสู้กับภาวะโลกร้อน หากเราไม่รีบดำเนินการในตอนนี้ ผลกระทบของภาวะโลกร้อนก็จะมาสู่เศรษฐกิจและภูมิศาสตร์ของเอเชียตะวันออก เฉียงใต้อย่างไม่ต้องสงสัย

ขณะที่ นายยาซูฮิสะ ชิโอซากิ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยว่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของญี่ปุ่น ยังคงอยู่เหนือระดับที่กำหนดไว้ในปี 2533 ซึ่งมากถึงร้อยละ 2.1 ภายในปี 2553 แม้ทางการโตเกียวมีความพยายามลดการปล่อยก๊าซก็ตาม ทั้งนี้ ภายใต้พิธีสารเกียวโต ญี่ปุ่นให้คำมั่นลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เหลือร้อยละ 6 ภายในปี 2555 แต่เมื่อปี 2548 การปล่อยก๊าซยังอยู่ที่ร้อยละ 8.1

เช่นเดียวกับ นายกรัฐมนตรีแองเจลา แมร์เคิล แห่งเยอรมนี ให้คำมั่นกดดันนานาชาติ เพื่อให้มีการทำข้อตกลงฉบับใหม่ทั่วโลกว่าด้วยการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลง ของภูมิอากาศ.